บทบาทหน้าที่ของ NA

บทบาทและหน้าที่ NA (Nursing Assistant)เมื่อเราอยู่ในทีมสหวิชาชีพ เราต้องทำอย่างไรบ้าง

1. เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และสภาพแวดล้อม เพราะการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และสภาพสิ่งแวดล้อมนี่คือสิ่งสำคัญ เราจะทำอย่างไรให้ถูกวิธื ทำอย่างไรให้สภาพแวดล้อมเป็นที่น่าอยู่ของคนไข้ ทำอย่างไรให้อุปกรณ์พร้อมสำหรับการทำงานในทีมของเรา
2. การช่วยเหลือแพทย์และพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งเราจะมีการเรียนกันในหัวข้อต่างๆ
3. ร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพในการส่งเสริมและฟื้นฟูผู้ป่วยให้ดีขึ้น
4. การบันทึกข้อมูลตามแนวทางการพยาบาล ที่เราต้องมีการบันทึกข้อมูลก็เพื่อใช้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวผู้ทำเองและคนไข้ ทุกอย่างจึงต้องมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในการยืนยันว่าเราทำอะไรไปบ้าง ข้อนี้คือสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรลืม
5. ประสานงานกับฝ่ายงานสุขภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พนักงานผู้ช่วยพยาบาล Nursing Assistant (NA) คืออะไร? คือ พนักงานที่จบการเรียนหลักสูตร การดูแลเด็ก และผู้สูงอายุ จากสถาบันหรือโรงเรียนอาชีวะเอกชน โรงเรียนบริบาล บริรักษ์ โดยมีระยะเวลาเรียน ภาคทฤษฎี 3 เดือน และฝึกงานปฏิบัติ รวมการฝึกงานจริง 3 เดือน

โดยเหมาะสำหรับท่านที่อยากทำงานในโรงพยาบาล เอกชนชั้นนำและรัฐบาล(ทุกแผนก), ศูนย์การแพทย์,คลินิกเวชกรรม, สถานดูแลเด็กเล็ก(Nursery), สถานดูแลผู้สูงอายุ(Nursing Home),
ศูนย์สุขภาพ และ โรงเรียนอนุบาลโดยนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรนี้ จะได้รับความรู้พื้นฐานทางการพยาบาล เช่น การวัดความดันโลหิต,การช่วยพยาบาลในการให้น้ำเกลือ,อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งรายวิชาอื่นๆที่เป็นประโยชน์

ในการทำงาน และการประกอบอาชีพ พนักงานผู้ช่วยพยาบาล

เมื่อศึกษาจบหลักสูตรแล้วสามารถทำงานได้ทันที ทั้งในโรงพยาบาล เอกชนชั้นนำและรัฐบาล(ทุกแผนก), ศูนย์การแพทย์, คลินิกเวชกรรมสถานดูแลเด็กเล็ก(Nursery), สถานดูแลผู้สูงอายุ(Nursing Home),
ศูนย์สุขภาพ และ โรงเรียนอนุบาลเงินเดือนเริ่มต้นที่ 10,000 -13,000 บาท ขึ้นอยู่กับหน่วยงาน และรายได้นี้ยังไม่รวมสวัสดิการต่างๆ อีกมากมาย

คุณสมบัติของผู้เรียน พนักงานผู้ช่วยพยาบาล

ควรมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำคือ มัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 หรือเทียบเท่า บางโรงเรียนอาจรับ วุฒิ ม.3 ในความเห็นของผู้เขียนแนะนำว่าควรจบ ม.6 ดีกว่า เพราะวุฒิภาวะในเรื่องการเรียน และการปฏิบัติงาน ในสถานที่ฝึกงาน น้องๆ ต้องพร้อมในเรื่องการเรียนทฤษฎี และการปฏิบัติอย่างเข้มงวด หลายสถานที่หรือหน่วยงานมักจะไม่ค่อยยอมรับเด็กจบ ม.3 เข้าฝึกงาน เพราะการฝึกงานนั้นส่วนใหญ่เด็กที่เรียนมาต้องพร้อมที่จะฝึก หรือปฏิบัติงานได้ด้วย

การเรียนหลักสูตรนี้ ช่วยเราในเรื่องการทำงานอย่างไร?

เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจถดถอย สถานะการเงินของครอบครัวมักจะประสบปัญหาในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมักมีค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับในสภาวะปัจจุบันการต้องการแรงงานทางด้านสาธารณสุขมีอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุสูงขึ้น และธุรกิจทางด้านการดูแลผู้สูงอายุ (Health Care) มีอัตราขยายตัวอย่างมาก จึงเป็นเหตุหลักที่ หลักสูตรระยะ 6 เดือน ที่ต้องเรียนพร้อมฝึกงานอย่างเข้มข้น จบออกไปรองรับกับงานที่รออยู่ จบแล้วไม่ตกงาน เหมาะกับน้องๆ ที่ต้องการทำงาน

ชุดเครื่องแบบแต่งกันอย่างไร?

การกำหนดเครื่องแบบสำหรับบุคคลากรการพยาบาล ถูกกำหนดมาตราฐานจากหน่วยงานภาครัฐ โดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องระบุเครื่องแบบแยกแยะให้ชัดเจน ว่าพนักงานใดต้องสวมชุดปฏิบัติงานให้ถูกต้องและไม่เกิด การสับสนหรือเข้าใจผิดสำหรับผู้ป่วย หรือประชาชานทั่วไป

ระเบียบชุดแต่งกาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. พนักงานผู้ช่วยพยาบาล Nursing Assistant (PA)ที่เห็นในโรงพยาบาลทั่วไป จะสวมชุดเครื่องแบบสีเหลือง(สำหรับผู้หญิง) หรือสีอาจจะเป็นเป็นไปตามแบบของหน่วยงานนั้นๆ หมวกอาจจะสวมหรือไม่สวมก็ได้ และถ้ามีหมวกจะเป็นสีขวา ไม่มีแถบสีดำ ใดๆ บนหมวก
  2. ผู้ช่วยพยาบาล Practice Nursing (PN) จะสวมชุดสีขวาคล้ายพยาบาล แต่แตกต่างที่หมวกจะมีแถบคลาดสีดำ แนวเฉียง
  3. พยาบาล (Nurse) จะสวมชุดสีขวาทั้งเสื้อหรือกระโปรงหรือกางเกง  สวมหมวกสีขวา มีแถบคลาดสีดำแนวนอน (ที่เห็นในภาพคือ อาจารย์สอน ที่เป็น พยาบาลวิชาชีพ